2#
ใหญ่ กลาง
เล็ก กระทู้เมื่อ 15/1/2009 23:05 แสดงเฉพาะหัวข้อนี้
[พระรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)]
• จาคานุสสติ
เมื่อจะเจริญจาคานุสสตินั้น
ต้องเป็นผู้มีจิตน้อมไปในจาคะ
คือ การบริจาค มีการแบ่งปันอยู่เป็นนิตย์
โดยเริ่มสมาทานว่า
ตั้งแต่บัดนี้ไป เมื่อผู้รับทานมีอยู่
ถ้าเรายังมิได้ให้ทาน
โดยแม้ข้าวสักคำหนึ่งแล้ว จะไม่บริโภค
แม้ระลึกการบริจาคของตนแล้ว
ใจก็ปราศจากความตระหนี่
ยินดีในการเสียสละ พอใจในการให้
หากผู้ให้หมดอายุแล้ว ย่อมได้อายุทิพย์
และย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย
• เทวตานุสสติ
ผู้เจริญเทวตานุสสติ ต้องเป็นผู้มีศรัทธา
ตั้งเทวดาไว้ในฐานแห่งพยาน
ระลึกถึงคุณศรัทธาของตนอย่างนี้ว่า
เทวดาเหล่าจาตุมหาราชิกามีอยู่
เทวดาเหล่าดาวดึงส์มีอยู่
เทวดาเหล่ายามามีอยู่
เทวดาเหล่าดุสิตมีอยู่
เทวดาเหล่านิมมานรดีมีอยู่
เทวดาเหล่าปรินิมิตวัสวัตดีมีอยู่
เทวดาจำพวกพรหมก็มี
เทวดาเหล่านั้นประกอบไปด้วยศรัทธาอย่างใด
จุติในภพนี้แล้วเกิดในภพนั้น
แม้ศรัทธาของเราก็มีอย่างนี้
• มรณานุสสติ
โดยระลึกถึงความตายว่าความตายนี้ย่อมีเพราะสิ้นบุญบ้าง
เพราะสิ้นอายุบ้าง เพราะสิ้นทั้งสองอย่างบ้าง
ความตายย่อมมีแก่บุคคลทั้งหลาย
วัน-คืนล่วงไปชีวิตก็ดับไป อายุก็สิ้นไป
แม้พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก
ราชามหากษัตริย์ก็ยังไม่พ้นจากความตาย แม้แต่ตัวเรา
เมื่อพระโยคาวจรพิจารณาความตายจนได้อารมณ์เต็มที่ถึงที่
จิตย่อมข่มนิวรณธรรมได้
เพราะเกิดขึ้นด้วยกำลังที่ระลึกถึงความตาย
• อุปสมานุสสติ
โดยการระลึกถึง การระลึกถึงกาย การระลึกถึงจิต
ความดับคือ พระนิพพาน หมายเอาพระนิพพาน
อุปสมานุสสตินี้ ย่อมสำเร็จแก่พระอริยะสาวกเท่านั้น
ถึงกระนั้น ปุถุชนผู้หนักในอุปสมะก็ควรใส่ใจด้วย
เพราะการฟังกายจิตก็สงบ จิตก็เลื่อมใสในอุปสมะได้
(มีต่อ)
|