สั่งพิมพ์

วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรักที่สูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา

วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรักที่สูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา



วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรักที่สูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา

ได้กล่าวไว้นานปีมาแล้ว
เมื่อคนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มสนใจวันวาเลนไทน์กันอย่างท่วมท้นเปิดเผย
ว่าเป็นวันแห่งความรัก และคำวาเลนไทน์ก็เป็นชื่อนักบุญต่างศาสนา

ถ้าคนไทยผู้มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
จะสนใจวันแห่งความรักมากมายเพียงใด ก็จะไม่กังวลห่วงใย
ถ้าจะเป็นวันท่านผู้ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาที่ท่านบรรลุธรรมสำคัญทั้งหลายองค์ใดองค์หนึ่งก็ตาม

นานปีมาแล้วได้พยายามจะช่วยคนไทยจำนวนไม่น้อยนั้นพ้นจากความคิดผิด
หันมาคิดให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิตจิตใจ
จึงได้ยกวันมาฆบูชาขึ้นให้ปรากฏประจักษ์อย่างชัดเจน

ทั้งที่วันมาฆบูชามีมานานเป็นพันๆ ปี แล้ว
เป็นวันแห่งความรักสูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา
ที่ควรได้รับการเทิดทูนบูชาเหนือวันแห่งความรักอื่นใด
แต่ก็หาได้รับความสนใจเท่าที่ควรไม่ น่าเสียใจเป็นที่สุด

น่าเสียใจเป็นที่สุด ที่พากันไม่แยแสที่จะอัญเชิญสิริมงคลยิ่งใหญ่เข้าสู่ชีวิต
ให้เป็นเครื่องยังความร่มเย็นเป็นสุขสวัสดีเกิดมีแก่ชีวิต
แก่ประเทศชาติบ้านเมืองที่รักของเรา โดยเฉพาะในยามนี้ที่โลกเดือดร้อนวุ่นวายนัก


ได้กล่าวตลอดมานับครั้งไม่ถ้วนว่า

“วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรักที่สูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา”

สมเด็จพระบรมศาสดาโปรดประทานความรักนั้นแก่สัตว์โลกทั้งปวงในวันมาฆบูชา
จึงกล่าวว่าวันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก ที่ไม่ใช่ธรรมดา
ไม่ใช่ความรักแบบของมารดาบิดาบุตรธิดาที่มีต่อกัน
ไม่ใช่ความรักแบบของสามีภริยาที่มีต่อกัน
ไม่ใช่ความรักของหญิงชายที่มีต่อกัน

ความรักของสมเด็จพระบรมศาสดาทรงมีท่วมท้นพระพุทธหฤทัย
แตกต่างกับความรักที่นำมากล่าวแล้วทั้งหมด
สูงเหนือความรักทั้งหลายทั้งปวงในโลก

พระพุทธหฤทัย หรือพระหฤทัยในสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
มีความบริสุทธิ์ครบถ้วนทุกประการ
คือปราศจากกิเลสสิ้นเชิง ความโลภ ความโกรธ ความหลง
ไม่แตะต้องพระพุทธหฤทัยได้เลยแม้แต่น้อย


ทรงเป็นเช่นที่กล่าวว่าทรงไกลกิเลสแล้ว
สมเด็จพระบรมศาสดาทรงไกลกิเลสแล้วสิ้นเชิง
ความรักในพระพุทธหฤทัยจึงเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง
ซึ่งแตกต่างห่างไกลกันที่สุดกับความรักในใจเราทั้งหลายคน

สมเด็จพระบรมศาสดาทรงรักสัตว์โลกทั้งปวงเสมอกัน
ความรักของพระองค์ท่านเป็นแบบที่ปุถุชนคนมีกิเลสทั้งหลายมีไม่เหมือนแน่นอน
เพียงใกล้เคียงก็แสนห่าง ถ้าจะพูดให้ตรงอย่างไม่เกรงใจก็พูดได้ว่า
ความรักของเราผู้เป็นปุถุชนนั้นสกปรกด้วยแรงของกิเลส ครบถ้วนทั้ง โลภะ โมหะ โทสะ


ความโลภ ความโกรธ ความหลง ยังมีอยู่ในเราผู้เป็นปุถุชนครบถ้วน
จึงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ความรักของเราบริสุทธิ์สะอาดปราศจากความสกปรกของกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
ซึ่งแตกต่างห่างไกลนักกับที่เรียกว่าความรักของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่จริงที่นำมาเรียกว่าความรักในสมเด็จพระบรมศาสดาก็ไม่ถูกต้องนัก
เพราะย่อมจักนำให้ผู้รู้เท่าไม่ถึงความหมายของคำว่าความรักในที่นี้เข้าใจไปในทางไม่ดีไม่ถูกต้อง
ว่าเป็นการแสดงความไม่รู้ของผู้ใช้คำความรักกับสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

แต่ขอยืนยันความแน่ใจ ว่าใช้คำอื่นจะให้ความลึกซึ่งแก่จิตใจคนทั่วไปไม่เสมอคำว่ารัก
คำว่าเมตตานั้นพูดจริงๆ อย่างจริงใจ ผู้ฟังไม่ค่อยรู้สึกลึกซึ่งในความหมายเท่าคำว่ารัก
จึงเลือกใช้คำว่ารักแม้เมื่อใช้เกี่ยวกับพระผู้ทรงไกลพ้นแล้วจากความรักอย่างสิ้นเชิง
ขอให้ท่านผู้อ่านหรือผู้ได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับที่กล่าวว่าสมเด็จพระบรมศาสดาทรงมีความรักสัตว์โลกทั้งปวง
โปรดเข้าใจเครื่องหมายที่ลึกซึ่งบริสุทธิ์สูงส่งของคำว่ารักในที่นี้
โปรดอย่าคิดให้เป็นบาปเป็นกรรมหนักหนาแก่จิตใจเลย

กล่าวได้ว่าวันมาฆบูชาเป็นวันที่สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงประกาศความรักอันบริสุทธิ์ต่อสัตว์โลกทั้งปวง
ใน โอวาทปาติโมกข์ ที่ทรงแสดง ที่เป็นธรรมเครื่องนำชีวิตสัตว์โลกให้สวัสดีมีสุข
ตั้งแต่สุขเล็กสุขน้อยจนถึงสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด


คือสุขที่ปราศจากทุกข์สิ้นเชิงไม่พบความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายอีกต่อไป
ทรงแสดงไว้ในพระโอวาทปาติโมกข์ เมื่อวันมาฆะพระจันทร์เต็มดวงเสวยมาฆฤกษ์
ในท่ามกลางบริสุทธิ์สงฆ์ ผู้ล้วนเป็นพระอรหันตขีณาสพพุทธสาวกที่ยิ่งแล้วด้วยปัญญา
สามารถน้อมรับพระธรรมที่ทรงแสดงไปประกาศได้อย่างถูกต้องแนนอน

ความรักที่บริสุทธิ์สูงส่งที่พระพุทธองค์โปรดประทานเพื่อประคับประคองรักษาชีวิตสัตว์โลกทั้งหลาย
จึงมีพระอรหันตขีณาสพพุทธสาวกอัญเชิญไปประกาศอย่างถูกแท้
และความรักของพระพุทธองค์ ก็ได้มาประดิษฐานอยู่ในบ้านเมืองไทยของเราด้วยแล้วเป็นพันๆ ปี
ควรจะภาคภูมิใจ ควรจะนอบน้อมรับสิริมงคลที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต

ไม่ควรปล่อยปะละเลยถือเป็นเรื่องธรรมดา จนอัปมงคลต่างๆ นาๆ
เข้าถึงได้ให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อนวุ่นวายได้อย่างไม่ควรเกิด
และจะเกิดไม่ได้แม้อัญเชิญพระพุทธบารมีไว้เหนือเศียรเกล้าชีวิตจิตใจ ให้ทุกถ้วนหน้า นี้เป็นความจริง

วันเริ่มแรกมาฆบูชา วันแห่งความรักที่สูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนานั้น
ด้วยอำนาจพระพุทธจิตจึงมีจาตุรงคสันนิบาติเกิดขึ้นในวันนั้น ยังให้เกิดความยิ่งใหญ่พรั้งพร้อม คือ


๑. พระภิกษุสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ องค์ไปประชุมพร้อมกันในวันจันทร์เต็มดวงเสวยมาฆฤกษ์

๒. พระภิกษุทั้ง ๑,๒๕๐ องค์นั้นล้วนเป็นพระอรหันตขีณาสพ ไกลกิเลสแล้วสิ้นเชิง

๓. พระอรหันตขีณาสพทั้ง ๑,๒๕๐ องค์นั้นมิได้นัดหมายกัน

๔. พระอรหันตขีณาสพทั้ง ๑,๒๕๐ องค์นั้นล้วนพระพุทธองค์ท่านโปรดประทานการบวชให้
โดยเปล่งพระพุทธวาจาว่า เอหิ ภิกขุ จงเป็นภิษุมาเถิด


ความพร้อมทั้ง ๔ ประการนี้ที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต
เกิดขึ้นเพื่อให้การทรงแสดง พระโอวาทปาติโมกข์
ทรงประกาศหัวใจพระพุทธศาสนาได้เป็นไปสมบูรณ์พร้อม ยิ่งใหญ่จริง อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน


หลักพระพุทธศาสนา หรือหัวใจพระพุทธศาสนา ๓ ประการ
ที่เป็นเครื่องแสดงพระพุทธหฤทัยที่มีความรักสูงส่งบริสุทธิ์ต่อสัตว์โลกทั้งปวง
ที่ทรงแสดงไว้ในวันพระจันทร์เต็มดวง เสวยมาฆฤกษ์ ณ พระวิหารเวฬุวัน
และพระอรหันต์ขีณาสพพุทธสาวก ๑,๒๕๐ องค์ ที่ได้รับพุทธจิตสั่งให้ไปประชุมพร้อมกันในกาลครั้งนั้น
ได้อัญเชิญหัวใจพระพุทธศาสนาทั้ง ๓ ประการ เผยแผ่แก่โลก
ให้เป็นเครื่องประคับประคอง ชีวิตจิตใจให้ร่มเย็นเป็นสุข

จนปัจจุบันสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จดับขันธ์ปรินิพานไป ๒๕๔๘ ปีแล้ว
หัวใจพระพุทธศาสนายังดำรงอยู่อย่างมั่นคง
แม้จะไม่ในทุกจิตใจผู้ได้รับรู้รับฟัง ที่ควรถือว่าบุญน้อย
จึงไม่เห็นคุณค่าสูงส่งของสิริมงคล จากหัวใจพระพุทธศาสนา


สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

รับสั่งว่า

ถ้าจะถือว่ามีวันแห่งความรัก ก็ต้องถือวันมาฆบูชา
วันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศความรักอันบริสุทธิ์สูงส่ง


วันมาฆบูชา-วันแห่งความรัก

วันที่พระจันทร์เต็มดวง เสวยมาฆฤกษ์ ในเดือนสาม
วันแห่งความรัก อันสูงส่งบริสุทธิ์ ในพระพุทธศาสนา

ด้วยทรงมีความรักบริสุทธิ์สูงส่ง
ไม่มีเสมอเหมือนพระพุทธองค์จึงทรงแผ่พระมหากรุณาได้กว้างใหญ่ไพศาลไม่มีขอบเขต
ทั้งแก่พรหมเทพ มนุษย์สัตว์ ปรากฏแจ้งชัดในพระโอวาทปาติโมกข์ ที่ทรงแสดงในวันมาฆบูชา


พึงไม่ทำบาปทั้งปวง
พึงทำกุศลให้ถึงพร้อม
พึงรักษาจิตของตนให้ผ่องใส


บาปย่อมก่อให้เกิดทุกข์โทษภัยแก่ผู้ทำและผู้อื่น
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนไม่ให้ทำ

กุศลย่อมเป็นคุณแก่ผู้ทำและผู้อื่น
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนให้ทำ

จิตผ่องใส่คือจิตที่ไกลได้จากกิเลสโกรธหลง ที่มีอยู่เต็มโลก
ย่อมให้ความสุขสงบอย่างยิ่งจนถึงเป็นบรมสุข
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนให้รักษาจิตของตน

เป็นชาวพุทธพึงซาบซึ่งพึงมั่นใจ
ในพระคุณยิ่งใหญ่แห่งความรัก
ที่บริสุทธิ์ผ่องใสไพจิตรนัก
โลกประจักษ์วันรักนั้นวันมาฆะ




(ที่มา :  มาฆบูชา ๒๕๔๗ : สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
นำมาจากบอร์ดเก่า โพสต์โดย คุณ I am)

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=20315

TOP

  สาธุ

.นอกจากจะเป็นวันแห่งความรักแล้ว..ยังถือว่าเป็นวันแห่ง "หน้าที่"อีกด้วย

พระพุทธเจ้าก็ทรงทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในความเป็นพระพุทธเจ้า..ยกยอดคำสอนมากล่าวแก่พระอรหันต์

พระอรหันต์สาวกก็ไได้ทำหน้าที่ พุทธสาวก อย่างสมบูรณ์ที่เดียว

ความกตัญญูรู้หน้าที่อย่างอัตโนมัตินั่นเอง เป็นเหตุแห่งสังฆสันนิบาตในวันนี้
สรรพสิ่งคือสิ่งเดียว=จิต

TOP