สั่งพิมพ์

เจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติแล้ว ดำเนินได้ ๗ ก้าวจริงหรือ

เจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติแล้ว ดำเนินได้ ๗ ก้าวจริงหรือ

เจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติแล้ว ดำเนินได้ ๗ ก้าวจริงหรือ

                ถ้าอ่านพระไตรปิฎกอย่างพินิจพิเคราะห์เสียหน่อยก็จะเห็นว่า ไม่จำต้องแปลเป็นภาษาสัญลักษณ์ดอก แปลตามตัวอักษรนั้นแหละ ถูกต้องแล้ว คือเจ้าชายเดินได้จริง พูดได้จริง

ลองอ่านข้อความต่อไปนี้ดู

                "เป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์ ที่ไม่ทั่วไปแก่ชนเหล่าอื่น  คือ.....พระโพธิสัตว์มีสติสัมปชัญญะเสด็จจากสวรรค์ชั้นดุสิตลงสู่พระครรภ์พระมารดา   เมื่อลงสู่พระครรภ์แสงสว่างหาประมาณมิได้ปรากฏขึ้นในโลกทั้งปวง หมื่นโลกธาตุหวั่นไหว   เมื่อพระโพธิสัตว์เสด็จลงสู่พระครรภ์แล้ว เทวดา 4 องค์ทำหน้าที่อารักขาในทิศทั้ง 4 ไม่มีใครสามารถเบียดเบียนได้   พระโพธิสัตว์อยู่ในครรภ์พระมารดา   พระมารดาเป็นผู้มีศีล 5 สมบูรณ์   พระโพธิสัตว์อยู่ในครรภ์พระมารดา พระมารดามิได้ฝักใฝ่ในกามคุณในบุรุษ.....   หลังจากเสด็จลงสู่พระครรภ์แล้ว พระมารดามิได้มีโรคเบียดเบียน  มิได้ลำได้ลำบากพระวรกาย   สามารถมองเห็นพระกุมารในพระอุทรมีอวัยวะน้อยใหญ่ครบ   พระมารดาให้กำเนิดพระโพธิสัตว์ ต่อเมื่อพระโพธิสัตว์อยู่ในพระครรภ์ถ้วนทศมาส   ผิดกับสามัญชนทั่วไปซึ่งอยู่ในครรภ์ 8-9 เดือน   เมื่อพระมารดาจะมีพระประสูติกาล   จะทรงยืนไม่นั่งหรือนอนเหมือนหญิงทั่วไป    .....พระโพธิสัตว์ไม่เปรอะเปื้อนด้วยมลทินครรภ์ ทรงบริสุทธิ์หมดจด ดุจแก้วมณีวางอยู่บนผ้ากาศิกพัสตร์.....ในบัดดลที่ประสูติ พระโพธิสัตว์ประทับพระยุคลบาทบนแผ่นดิน บ่ายพระพักตร์ไปทางทิศอุดร เสด็จดำเนินไป 7 ก้าว ทรงเหลียวดูทิศทั้งปวงแล้วทรงเปล่ง "อาสภิวาจา" ว่า "เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐสุดในโลก เราเป็นใหญ่ที่สุดในโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ไม่มีการเกิดใหม่อีกต่อไป"

(พระไตรปิฎกเล่มที่ 10 ข้อ 24 หน้า 17)


    ปรากฏการณ์พิเศษต่างๆ เหล่านี้ ท่านว่า เป็น "ธรรมดา" ของพระโพธิสัตว์  มิใช่เรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ใด ๆ ก็ต้องไล่ต่อไปว่า  พระโพธิสัตว์คือใคร

                พระโพธิสัตว์ คือ บุคคลผู้บำเพ็ญบารมีจนเต็มเปี่ยมแล้ว พร้อมที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านจึงมีธรรมดาที่ไม่เหมือนคนอื่น เช่น เกิดมาแล้วพูดได้ เดินได้ทันที   ไม่ใช่เรื่องอิทธิปาฏิหาริย์แต่อย่างใด   เหมือนธรรมดาของนกย่อมบินได้   ธรรมดาของปลาอยู่ในน้ำทั้งวัน   นาน ๆ  จะโผล่ขึ้นมาหายใจที ฉันใดฉันนั้น

                กินเนสบุ๊กบันทึกเกี่ยวกับเด็กชายสองคน  ผมจำได้คนหนึ่งชื่อ คริสติน ไฮเนเกน  เกิดมาสองชั่วโมงพูดได้  อายุสี่ขวบพูดได้เจ็ดภาษา   เจ็ดขวบแสดงปาฐกถาเรื่องอภิปรัชญาแก่ประชุมนักปราชญ์โลก เป็นที่ทึ่งไปตามๆ กัน

                กินเนสบุ๊กคงไม่โกหกเรา   อย่างน้อยสมัยนี้ สมัยที่เราสามารถสืบหลักฐานได้ เด็กเกิดมาแล้วสองชั่วโมง พูดได้ก็มีแล้ว    เทียบกับสมัยโน้น   เจ้าชายน้อยพระองค์หนึ่งเมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้ว ทันทีที่ประสูติก็พูดได้ เดินได้ เวลาห่างกันเพียงสองชั่วโมง

ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับบุคคลผู้มีบุญญาธิการ มีบารมีเต็มเปี่ยมอย่างพระโพธิสัตว์ ที่เกิดทันทีพูดได้ เดินได้
                อนึ่ง ที่พูดได้ เดินได้หลังประสูติ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วขณะเท่านั้น จากนั้นก็นอนแบเบาะให้เขาเลี้ยงเหมือนเด็กอื่นๆ ทั่วไป


หนังสือพิมพ์มติชน รายวัน หน้า 6
คอลัมน์ รื่นร่มรมเยศ โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
วันที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10585

ขอขอบคุณที่มาคะ  http://www.tlcthai.com/club/view ... 88&post_id=5876

TOP

นับว่าเป็นเรื่องที่มีการตีความกันไปมากมายเลยทีเดียว..แต่นักปราชญ์แท้นั้น ไม่ต้องตีความ.เพราะความอัศจรรย์แค่เพียงนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการตรัสรู้ธรรมแล้ว...มันเป็นเพียงแค่เศษธุลี..
..การบำเพ็ญบารมีมากว่า 4 อสงไขยกับการที่มีปาฏิหาริย์ปรากฏเพียงเท่านั้นยังเล็กน้อยมาก.. หลังจากที่พระมหาบุรุษได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณแล้ว.. ยังมีเหตุกาณ์อื่นๆอีก เช่น พรรษาที่พระองค์ไปประทับจำพรรษาที่ดาวดึงส์เทวโลก วันออกพรรษาเสด็จกลับ
ที่สังกัสสนคร บังเกิดการเห็นภพภูมิซึ่งกันและกันเป็นต้น
..ที่สุดแห่งปาฏิหาริย์ ก็คือ การแสดงธรรมที่ทำให้มีผู้บรรลุธรรมเป็นหมื่นในขณะนั้น...การที่มีพระอรหันต์บังเกิดขึ้นแต่ละครั้งในการแสดงธรรมโปรดในแต่ละครั้ง..เกินบรรยายจริงๆ..
..ปาฏิหาริย์ที่นำมาบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกก้เพราะเนื่องด้วยเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องนำมาเรียบเรียงนะ ..ที่ไม่ได้นำมากล่าวอีกเป็นอเนกอนันต์นะ
สรรพสิ่งคือสิ่งเดียว=จิต

TOP

พระพุทธเจ้าประสูติแล้วประทับยืนได้ แถมยังย่างพระบาทได้ ๗ ก้าวจริงไหม  เหลือเชื่อเกินไปไหม เป็นไปได้หรือ เรื่องนี้เด็ก ๆ ถามกันจริง  ผู้ใหญ่ก็สงสัยจัง เป็นเรื่องที่ไม่น่าสงสัย หรือนำมาคิดอะไรมากมาย

     จะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะจริงหรือไม่ก็ไม่มีผลต่อการปฏิบัติหรือการทำความดี และพุทธเจ้าเองก็ไม่ได้ประกาศพระองค์เองเป็นพระพุทธเจ้าเพราะการที่พระองค์ทรงประทับยืนหรือย่างพระบาทได้ ๗ ก้าว ในขณะที่ประสูติ  แต่พระองค์ทรงตรัสรู้ได้ด้วยพระกำลังแห่งพระบารมี ๑๐ ประการ  ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญมา  เคยอ่านเจอในอรรถกถาว่าการที่พระโพธิสัตว์ประทับยืนได้ในขณะที่ประสูติเป็นเรื่องธรรมดาของบุคคลที่จะเป็นพระพุทธเจ้า หมายความว่าผู้ที่จะมาเป็นประพุทธเจ้าก็ต้องเป็นแบบนี้ ก็ต้องยืนได้แบบนี้ (แต่ไม่ได้หมายความว่า ถ้าใครเกิดมาแล้วยืนได้ ต้องเป็นพระพุทธเจ้าทุกคนนะ)  เป็นเรื่องธรรมดาของพระโพธิสัตว์  อย่างเช่น นกบินได้มันก็เป็นธรรมดาของสัตว์มีปีก (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสัตว์ที่มีปีกทุกตัวต้องบินได้)  ผู้ที่เกิดมาเป็นพระพุทธเจ้าก็เช่นกัน  มีบางคนเล่าให้ฟังว่า เขาเป็นหมอมาตลอดชีวิต ไม่เคยเห็นใครเกิดมาแล้วยืนได้ ทั้งยังไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนว่าใครที่ไหนคลอดมาแล้วยืนได้    ก็ถูกของหมอ  แต่ขอถามคุณหมอต่อว่า คนที่เกิดมานั่นแล้วใครเล่าได้เป็นพระพุทธเจ้าบ้าง ไม่มี เพราะเขาเหล่านั้นไม่ใช่พระโพธิสัตว์ หรือผู้ที่เกิดมาเป็นพระพุทธเจ้า  อีกอย่าง  ในอจินไตย ๔ คือสิ่งที่ใคร ๆ ไม่ควรคิด ไม่ควรหมกมุ่นมากนัก  แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้คิด ซึ่งเท่ากับเป็นการปิดกั้นไม่ให้ใช้ปัญญา ความจริงแล้วพระพุทธเจ้าท่านไม่ให้คิดด้วยหลักของตรรกศาสตร์ เนื่องจากการคิดแบบนี้เป็นการคิดแบบอนุมาน คือ คาดคะเน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความผิดพลาดได้ง่าย เพราะอาศัยพื้นฐานความรู้ที่เกิดจากอายตนะภายนอกที่เป็นประสาทสัมผัส คือ ตาเห็น หูได้ยิน เป็นต้น
อจินไตย ๔ คือ
๑. วิสัยของพระพุทธเจ้า  (พุทธวิสัย)
๒. ความคิดเรื่องการสร้างโลก (โลกจินตา)
๒. วิสัยของผู้มีฤทธิ์ (ฌานวิสัย)
๓. กฏแห่งกรรม (กัมมวิบาก)
    การที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติแล้วประทับยืนได้ อาจจะยังจัดเข้าในพุทธวิสัยไม่ได้ทีเดียว เพราะยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า แต่ก็เป็นเพราะผลแห่งกรรมดี (กัมมวิบาก) ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญมา ซึ่งจะเกิดมีได้เฉพาะพระโพธิสัตว์ ในปัจฉิมชาติเท่านั้น สิ่งที่ควรเชื่อและพระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงพร้อมที่จะให้พิสูจน์ผ่านหลักธรรมที่พระองค์ทรงตรัสไว้ ก็คือ ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือเชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้จริง เป็นผู้ประกอบด้วยพระปัญญาธิคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ  เป็นสิ่งที่ท้าทาย และพร้อมที่จะให้เราพิสูจน์ทุกเมื่อ  จงพิสูจน์โดยลงมือปฏิบัติทุก ๆคน.

ทีมา :  http://www.vicha.kroophra.net/in ... id=144&Itemid=0

TOP

ส๊าธุ...อนุโมทนา
ผู้ให้ย่อมสุขใจกว่าผู้รับ

TOP